Article Chinese New Year2006 @ bangkoktourist.com
 
สมัครรับจดหมายข่าวจากเรา
Maillist
สมัครรับจดหมายจากเรา
 
   ตารางกิจกรรมการ
ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
 
  ตารางกิจกรรมการท่อง
เที่ยว กรุงเทพมหานคร ประจำเดือน เมษายน 2551
  ตารางกิจกรรมการท่อง
เที่ยว กรุงเทพมหานคร ประจำเดือน มีนาคม 2551
  ตารางกิจกรรมการท่อง
เที่ยว กรุงเทพมหานคร ประจำเดือน กุมพาพันธ์ 2551
  ตารางกิจกรรมการท่อง
เที่ยว กรุงเทพมหานคร ประจำเดือน มกราคม 2551
  ตารางกิจกรรมการท่อง
เที่ยว กรุงเทพมหานคร ประจำเดือน ธันวาคม 2550
 
 
แผนที่สถานที่ท่องเที่ยว
 
แผนที่เส้นทางลัด กรุงเทพมหานคร
แผนที่เส้นทางลัด
กรุงเทพมหานคร

this year page views Stats
   สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่
line พระบรมมหาราชวัง
  พระราชวังเดิม
  พระตำหนัก
จิตรลดารโหฐาน
  พระที่นั่งอนันตสมาคม
line
วัด
  วัดพระแก้ว
  วัดโพธิ
(วัดพระเชตุพนฯ)
  วัดสุวรรณาราม
ราชวรวิหาร
  วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร
  วัดหงส์รัตนาราม
ราชวรวิหาร
  วัดเครือวัลย์ วรวิหาร
  วัดบางบอน
Untitled Document
คลอง
 
คลองภาษีเจริญ
คลองบางกอกน้อย
การเดินทางเที่ยวคลอง
ถนน
 
ถนนข้าวสาร
ถนนพระอาทิตย์
สถานที่ทาง
ประวัติศาสตร์
 
ป้อมพระสุเมรุ
เสาชิงช้า
สะพานกรุงเทพ
ศาลหลักเมือง
ม.ศิลปากร
ม.ธรรมศาสตร์
ตึกถาวรวัตถุ
โรงแรมโอเรียลเต็ล
ทำเนียบรัฐบาล
สะพานพระราม 6
รัฐสภา
วังปารุสกวัน
หมุดคณะราษฎร
หัตถกรรม
 
การทำกรงนกจากเขาสัตว์
ไก่ไทยพันธุ์พื้นเมือง
การทำกรงนกและลอกดักปลา
การทำว่าวไทย
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม
มอญบางกระดี่
ศิลปกรรมทองเหลือง
โรงเรียนผู้ใหญ่ พระตำหนัก
สวนกุหลาบวิทยาลัย
ศูนย์หัตถกรรมทองลงหิน
การทำหัวโขนที่ชุมชน
สะพานไม้
เครื่องไม้แกะสลักที่
ซอยประชานฤมิตร
บ้านเปรมใจ
แหล่งทำขันลงหินบ้านบุ
หัตถกรรมเรือ
สุพรรณหงส์จำลอง
หัตถกรรมปรดิษฐ
์เรือรบจำลอง
สวนสาธารณะ
 
สวนลุมพินี
สวนพระนคร
อุทยานเบญจสิริ
สวนรมณีนาถ
สวนสราญรมย์
สวนเสรีไทย
สวนจตุจักรและ
ตลาดนัดจตุจักร
สวนสมเด็จพระนาง
เจ้าสิริกิติ์
อุทยานเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จย่า
พระตำหนักสวนบัว
พระตำหนักสวนสี่ฤดู
พระตำหนักสวนหงส์
ตำหนักสวนฝรั่งกังไส
พิพิธภัณฑ์
 
พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน
พระบรมราชานุสาวรีย์สม
เด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการ
ศึกษาแห่งชาติ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
เรือราชพิธี
พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ หอศิลป
พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ พระนคร
พิพิธภัณฑ์กองทัพบก
เฉลิมพระเกียรติ
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ศิลป์พีระศรี อนุสรณ์
พิพิธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์
พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารเชื้อพันธุ์พืช
แห่งชาติ
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
ช้างต้น
พิพิธภัณฑสถานเครื่องราช
อิสริยาภรณ์ไทย
พระที่นั่งวิมานเมฆ
พระที่นั่งอภิเศกดุสิต
ตำหนักพระองค์เจ้าหญิง
บุษบันบัวผัน
ตำหนักพระองค์เจ้าหญิง
อรุณวดี
Untitled Document
อื่นๆ..
 
โรงเรียนสำนักดาบพุทไธสวรรย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ
สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง)
ลิเกเรียบ
ตำหนักพระแม่กวนอิม โชคชัย 4
สวนอนุรักษ์นก “พุฒขาว”
อุทยานปลา
สวนสัตว์ดุสิต
บ้านพาทยกุล
ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
พระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลก
ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ
(ไทย-ญี่ปุ่น)
พระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระจุล
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
Untitled Document
   
 

ตรุษจีน
ด้วยมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับการเกษตรกรรมซึ่งดินฟ้าอากาศ และฤดูกาลเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้บรรพชนจีนประดิษฐ์คิดค้นปฏิทินขึ้น เพื่อใช้กำหนดวันเวลาเหมาะสมในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว การสังเกตอย่างชาญฉลาดทำให้การโคจรของดวงดาวทั้งหลายมีอิทธิพลต่อการกำหนดวันเดือนปี ผู้คนเฝ้าดูวันคืนที่เวียนวนผันผ่านไม่สิ้นสุดจากปีเก่าสู่ปีใหม่อันน่ายินดี ควรแก่การเฉลิมฉลอง
ตรุษ แปลว่า สิ้นปี ดังนั้นเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นเทศกาลที่มีขึ้นเพื่อฉลองการสิ้นสุดของปีเก่าและการเริ่มต้นของปีใหม่ ถือกันว่าเป็นการเฉลิมฉลองที่สามารถรอดพ้นจากเรื่องไม่ดีของปีเก่ามาพบปีใหม่ที่สุขสันต์ได้ชาวจีนเรียกเทศกาลนี้อีกอย่างหนึ่งว่า เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ( ชุนเจี๋ย) หรือ ขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ (หนองลี่ซินเหนีย)และเชื่อกันว่าช่วงเวลานี้เทพเจ้าจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ ฉะนั้นจึงควรสักการบูชาท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล
การไหว้ตรุษจีนมีประวัติยาวนานย้อนหลังกลับไปถึงสมัยราชวงศ์โจว เมื่อกว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้วแต่เดิมมีการไหว้กันยาวนานถึง ๑๕ วัน แต่ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ธรรมเนียมการไหว้ตรุษจีน จึงลดลงเหลือเพียง  ๓ วัน ดังนี้
วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู่เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว ถ้าเราเดินเข้าไปในบ้านหรือร้านค้าของจีน คงเคยเห็นศาลเจ้าเล็กๆสีแดงสด ศิลปะจีน วางอยู่บนพื้น ข้างหน้าศาลวางเครื่องบูชา นั่นคือศาลตี่จู่เอี๊ยหรือเจ้าที่นั่นเอง ธรรมเนียมการนับถือตี่จู่เอี๊ยนี้คล้ายกับการนับถือพระภูมิเจ้าที่ของคนไทยนั่นเอง
ในสมัยโบราณจะมีการเซ่นไหว้เทพเจ้าเตาในวันนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่หุงข้าวต้มปลาให้เราได้กินตลอดมา และเชื่อว่าเทพเจ้าเตาจะนำบันทึกความดีความชั่วที่เราทำมาตลอดปีขึ้นไปให้เทพเจ้าบนสวรรค์ตรวจสอบจึงต้องมีการเลี้ยงส่งท่าน นัยว่าเอาใจท่านนั่นเอง
รุ่งขึ้นคือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
ตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และผีไม่มีญาติ เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล
วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี เรียกว่าวันชิวอิด วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้  เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือเพราะเป็นวันที่ชาวจีนเชื่อว่าเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะถือเคล็ดบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่จับไม้กวาด
เชื่อกันว่าเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ซึ่งเป็นเทพแห่งโชคลาภ จะเสด็จลงมาบนโลก จึงต้องตั้งเครื่องไหว้รับท่าน มีเกร็ดว่าเทพองค์นี้จะเสด็จมาในเวลาและทิศทางต่างๆกันไปในแต่ละปี จึงต้องมีซินแสคอยบอกเพื่อให้ผู้ไหว้ตั้งโต๊ะและหันหน้าไหว้ท่านได้ถูกทิศ
เอกลักษณ์ของเทศกาลตรุษจีนอยู่ที่เคล็ดลางที่ทุกอย่างมักมีความหมายเป็นมงคล อย่างแรกต้องนึกถึงอาหารคาวหวานที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อใช้ไหว้เจ้า บางคนสงสัยว่าทำไมเหมือนกันทุกปี นั่นเป็นเพราะว่า อาหารเหล่านี้มีความหมายอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น กล่าวคือ

            ชุดของไหว้ ที่ใช้ในการไหว้เทพเจ้า ประกอบด้วย
หมู หมายถึงความมั่งคั่ง หมูอ้วนแสดงถึงความกินดีอยู่ดี หัวหมูเป็นสัญลักษณ์แห่งสมองและปัญญา
ไก่ หมายถึง การตรงเวลา ความรู้งาน ไก่มีหงอนสื่อถึงหมวกขุนนาง แสดงถึงความเจริญก้าวหน้า
ตับ ภาษาจีนเรียกว่า กัว ซึ่งพ้องกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง หมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
ปลา คนจีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ ซึ่งพ้องกับคำว่า ฮื้อ ที่แปลว่าเหลือ มีนัยให้เหลือกินเหลือใช้
กุ้งมังกร หมายถึงมีอำนาจวาสนา แต่คนแต้จิ๋วจะเปลี่ยนจากกุ้งมังกรเป็นเป็ด และเปลี่ยนเป็นปลาหมึกแห้งสำหรับคนจีนแคะ ด้วยเป้นความเชื่อที่ถือกันมาในท้องถิ่นเดิม

            ชุดกับข้าว ซึ่งทำไหว้ผีบรรพบุรุษและไว้รับประทานกันเองหลายอย่าง ล้วนมีนัยมงคล เช่น
ลูกชิ้นปลา แต้จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ-อี๊ แปลว่า ลูกปลากลมๆ หมายถึงความสามัคคีกลมเกลียว   
ผัดตับกับกุยช่าย ตับหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน กุยช่าย ออกเสียงเหมือน กุ่ย ซึ่งหมายถึง รวย
ผัดถั่วงอก หมายถึงความเจริญงอกงาม บ้างก็ว่าเปรียบเหมือนหนวดมังกร สื่อถึงอำนาจวาสนา
เต้าหู้ ออกเสียงตามสำเนียงจีนว่า โตฟู หมายถึงความสุข
สาหร่ายทะเล เรียกว่า ฮวกฉ่าย ออกเสียงคล้าย ฮวดใช้ ที่แปลว่าโชคดี ร่ำรวย
เป็นต้น
            ชุดของหวาน
ขนมถ้วยฟู คนจีนเรียก ฮวกก้วย ซึ่งแปลว่าขนมแห่งความเจริญงอกงาม
ขนมคักท้อก้วย คือ ซาลาเปา มีไส้ต่างๆ ซาลาเปานั้น คำว่า เปา หมายถึงห่อ เมื่อมีไส้ที่เป็นมงคล เช่นไส้เต้าหู้ ซึ่งมีความหมายว่า ความสุข ก็จะแปลว่า ห่อความสุขมาให้ ไส้กุยช่าย ซึ่งหมายถึงความร่ำรวยก็หมายถึงห่อเงินห่อทองมาให้
ขนมซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาปั้นเป็นรูปลูกท้อแต้มสีชมพู ท้อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน
ขนมไข่ เรียกว่า หนึงก้วย ไข่หมายถึงการเกิดและการเจริญเติบโต
โหงวเส็กทึ้ง ไทยเรียกขนมจันอับ ประกอบขึ้นจากขนมห้าอย่าง คือถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ข้าวพอง ซึ่งหมายถึงความเจริญงอกงาม และฟักเชื่อม ซึ่งหมายถึงความร่ำรวยและความหวานของชีวิต
เป็นต้น

                ชุดผลไม้ ส่วนมากจะประกอบไปด้วย
ส้ม แต้จิ๋วเรียก กา แต่จีนกลางเรียก ไต้กิก  ไต้แปลว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มงคล
กล้วย แต้จิ๋วออกเสียงว่า เก็ง-เจีย พ้องกับวลีว่า เก็ง-เจีย-เก็ง-ไล้ แปลว่าดึงโชคเข้ามา กล้วยออกลูกเป็นเครือ สื่อความหมายถึงการมีลูกหลานมาก
องุ่น ออกเสียงว่า พู่-ท้อ พู่หมายถึง งอกงาม ท้อเป็นชื่อของผลไม้ที่มีความหมายให้อายุยืน
สับปะรด คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า อั้งไล้ แปลตามตัวว่า เรียกสีแดงเข้ามา สีแดงเป็นสีมงคล จึงถือว่า หมายถึงการเรียกเอาสิริมงคลเข้ามา
นอกจากนี้ในการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเรายังพบแต่สีแดง ซึ่งเชื่อว่าเป็นสีแห่งความเป็นมงคล สีขอ งจักรวาล มีการติดแผ่นป้ายเขียนคำมงคลไว้ที่หน้าประตูบ้านเรียกว่า แผ่นตุ้ยเลี้ยง คำมงคลที่เราคุ้นเคยเช่น ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ เป็นต้น  การจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี การเชิดมังกรและสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นมงคล  เป็นต้น
ธรรมเนียมจีนให้ความสำคัญการความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต มีนัยแห่งการสร้างความเชื่อมั่นเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต นับเป็นความชาญฉลาดทางจิตวิทยา อย่างน่ายกย่องของบรรพชน

 

ถ้ามีข้อคิดเห็น คำแนะนำกรุณาส่งมาที่ info@bangkoktourist.com

 
 
 
เว็ปไซต์กองการท่องเที่ยว
  
100 มุมมองใหม่กรุงเทพฯ
 
มุมมองใหม่ประวัติศาสตร์
พระพุทธรูปประดับเพชร และหุ่นพระเกจิ
ธรรมาสน์งามในมัสยิดเก่าย่านหนองจอก
นมัสการเจ้าแม่กวนอิม 32 ปาง
ตำนานรักแม่นาคพระโขนง
วัดและคนมอญริมคลองบางกระดี่
จิตรกรรมฝาผนังเรื่องสามก๊ก
พระแท่นที่ประทับรัชกาลที่ 3
ตำหนักทองพระเจ้าเสือ
วัดที่มีพระประธาน 28 องค์
สมเด็จพระเจ้าตาสินมหาราช
พระปรางค์มีซุ้มคูหา 4 ทิศ
บ้านเกิดสมเด็จย่า
โบสถ์ชาวโปรตุเกสแห่งแรกย่านฝั่งธน
พระพุทธรูปทองโบราณ
มัสยิดทรงไทย ตกแต่งด้วยศิลปะ 3 ชาติ
กำแพงเมืองสมัยรัชกาลที่1
Untitled Document
แสดงทั้งหมด....
 
ร้านอาหาร ตามประเภท
 
อาหารไทย
อาหารนานาชาติ
อาหารจีน
อาหารอิตาเลียน
อาหารญี่ปุ่น
อาหารอังกฤษ
อาหารอีสาน
อาหารเยอรมัน
อาหารอินเดีย
อาหารฝรั่งเศส
อาหารไอริช
อาหารอเมริกัน
อาหารเกาหลี
อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
อาหารเลบานอน
อาหารเวียดนาม
อาหารสวิส
อาหารเจ
อาหารเธียร์เตอร์
อาหารซีฟู๊ด
อาหารอื่นๆ
 
 
 

Link หน่วยงานภาครัฐ
กรุงเทพมหานคร
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
       

หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข้อมูลการท่องเที่ยว | คำแนะนำ | ติดต่อเรา
กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร
17/1 ถ.พระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200. โทรศัพท์: 0-2225-7612 - 4, โทรสาร: 0-2225-7615-6
อีเมล์:info@bangkoktourist.com

แก้ไขครั้งล่าสุด :